2006/Apr/11

ในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ นึงตลอดเวลา
>
>เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้
>และบางครั้ง ก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน
>
>บางครั้ง การได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า
>สิ่งที่เราคิดทั้งหมด มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว
>ฉะนั้น ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะจมกับความฝัน
>มากกว่าการได้รับรู้ความจริง
>การไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้า ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า...
>เราอาจเป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4...
>และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า...
>ก็ขอให้คิดไว้ว่า ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย
>
>แต่โปรดจำไว้เถอะว่า
>หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ
>พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า...ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว
>โปรดห้ามใจเถอะ ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้...
>
>ก็จงชอบต่อไปเถอะ
>การรักใครซักคน ไม่ต้องการความพยายาม
>"การตัดใจ"ต่างหาก ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย
>ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า ความสุขยามที่คุณได้สบตาเค้า
>กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า
>อันไหนมันหนักหนากว่ากัน
>
>อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป...
>อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้...
>อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน
>
>แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง
>ที่อย่างน้อย ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป
>แต่ก็ยังได้พบ...
>
>ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา
>แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป...
>
>ยิ้มให้กับโชคชะตา
>ที่ยังทำให้เรา...ได้รู้จักกัน
>
>คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง
>คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว
>
>คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง...
>คนที่ทำให้คุณหัวเราะ...และร้องไห้ได้มากมาย...
>
>
>คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้า
>ก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น...ให้กลายเป็นวันที่สดใส
>เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ?
>
>แค่การได้เห็นคนที่เรารัก
>ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคนที่เค้ารักมากที่สุด

2006/Apr/11

ความรักนั้น มันก็เหมือนกับ "ผีเสื้อ"
>
>ยิ่งคุณวิ่งเข้าหามันเท่าไหร่ มันก็จะห่างคุณออกไปเท่านั้น
>
>แต่ถ้าคุณปล่อยมันไป มันจะเข้ามาหาคุณเองแหล่ะ
>
>. . . ถ้าคุณไม่คาดหวังกับมันมาก
>
>ความรักสามารถทำให้คุณมีความสุข แต่มักจะทำให้คุณเจ็บปวด
>
>แต่ความรักจะเป็นสิ่งที่พิเศษ ถ้าคุณได้ให้มันกับใครสักคนที่คู่ควร
>
>สำหรับ ใครที่ "ไม่ใคร่โสด"
>
>เค้าบอกว่า...
>
>ความรักไม่ไช่ การเป็นคนดีพร้อม สมบูรณ์ ของใคร
>
>แต่รักคือการหาใครสักคนที่ช่วยให้คุณเป็นคนดีที่สุดเท่าที่คุณดีได้
>
>สำหรับ ใครที่เป็น "คนเจ้าชู้"
>
>อย่าพูดคำว่า "รัก" เลย ถ้าคุณไม่ได้ใส่ใจกับความหมายนั้น
>
>อย่าพูดถึงความรู้สึก ถ้ายังไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น
>
>อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตเค้าเลย ถ้าคุณจะทำให้เค้าเสียใจ
>
>อย่าไปมองลึกถึงดวงตา ถ้าทุกคำพูดของคุณล้วนโกหกทั้งเพ
>
>สำหรับ ใครที่ "อกหัก"
>
>การอกหัก มันยืนยาวตราบเท่าที่คุณต้องการให้มันอยู่กับคุณ
>
>และบาดความรู้สึกคุณได้เจ็บลึกเท่าที่คุณยอมให้บาด
>
>ที่สำคัญก็คือว่ามันไม่ใช่จะพ้นจากสภาวะอกหักได้
>
>แต่มันอยู่ที่ว่า. .. เราเรียนรู้จากมัน ได้แค่ไหน ต่างหาก . . .
>
>สำหรับ ใคร ๆ ที่ "ไร้เดียงสาในรัก"
>
>จะรักได้อย่างไร :
>
>รักแต่อย่าลุ่มหลง คงเส้นคงวาแต่ไม่ดื้อรั้น
>
>แบ่งปัน และ ไม่เอาเปรียบพยายามเข้าใจกันและกัน มากกว่าที่จะเรียกร้อง
>
>หากต้องเจ็บ ก็เจ็บ แต่อย่าเอาความเจ็บนั้น ติดตัวเสมอไป
>
>สำหรับ ใครที่ "มีคนหลงรักอยู่"
>
>เค้าบอกว่า . . .
>
>มันเจ็บปวดที่เห็นคนที่เรารัก มีความสุขกับคนอื่น
>
>แต่มันจะเจ็บปวดยิ่งกว่าถ้าคนที่เรารัก ไม่มีความสุขเมื่ออยู่กับเรา
>
>สำหรับ ใครที่ "กลัวต่อการสารภาพรัก"
>
>ความรักมันเจ็บปวด ถ้าคุณต้องไปบอกเลิกกับใครสักคน
>
>แต่มันจะเจ็บยิ่งกว่า ถ้ามีคนมาบอกเลิกกับคุณ
>
>แต่มันจะเจ็บที่สุด หากคนที่คุณรัก ไม่เคยได้รู้เลยว่า "คุณรักเค้า"
>
>สำหรับ ใคร ๆ ที่ยัง "คบๆ กันอยู่"
>
>เค้าบอกว่า . . .
>
>สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต ก็คือ การที่เราพบ และ รักใครสักคน
>
>จนสุดท้าย พบว่ามันไม่ใช่
>
>และคุณเสียเวลาไปเป็นปีๆ ให้กับคนที่คนที่ไม่คู่ควร
>
>ถ้าเค้าคนนั้นของคุณ ไม่ใช่คนที่ใช่เลยของคุณตอนนี้ แล้วล่ะก็
>
>จะมาเสียเวลา เป็นปีๆ กับเค้าทำไม ปล่อยไปเถิด . . .

2006/Apr/08

เนิ่นนานมาแล้ว ..

มีเจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว ผู้ซึ่งอาศัยอยู่บนภูเขาแห่งดอกไม้ อยู่องค์หนึ่ง

เธอมีนัยน์ตาอันอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยแววของความโศกเศร้าอยู่เบื้องลึก

ที่ถูกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

เธออาศัยอยู่บนภูเขาแห่งดอกไม้นั้น เพียงลำพัง

จนกระทั่ง .

มีเจ้าชายแห่งความเหงา เดินทางมาพบภูเขาลูกนี้โดยบังเอิญ

สีสันของดอกไม้หลาย ๆ ดอก ที่ทำให้เจ้าชายหยุดอยู่ที่นี่ราวกับถูกมนต์สะกด

เจ้าชายมองเห็นเจ้าหญิง ผ่านดอกไม้กลีบใส ๆ

ทันทีที่พบกับเจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว เจ้าชายรู้สึกรักเธอตั้งแต่แรกพบ

หากแต่เจ้าหญิง มิได้รู้สึกเฉกเช่นเดียวกับเจ้าชาย

เธอกลับรู้สึกว่า เขาเป็นใคร เหตุใดจึงมาพบภูเขาแห่งนี้ได้

และด้วยสายตาคู่นั้น ยิ่งทำให้เจ้าหญิง ไม่คิดจะไว้ใจชายคนนี้เลย

เจ้าชายแห่งความเหงา ตะโกนบอกเจ้าหญิงว่า

เราจะไม่มาทำความรู้จักกันหน่อยหรือ

เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหวเมื่อได้ยินคำดังกล่าวจึงเดินตามเสียงตะโกนนั้นไป

หลังจากที่ได้รู้จักกันแล้ว .

เจ้าชายแห่งความเหงา ตัดสินใจได้ทันทีว่า

เขาพร้อมที่จะหยุดการเดินทางที่ภูเขาแห่งนี้

การสนทนาของคนทั้งคู่ทำให้พวกเขาผูกพันกันมากขึ้น

เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว เริ่มมีใจให้กับเจ้าชาย

จนกระทั่งเธอลืมดูแลดอกไม้ทั้งมวล ดอกไม้บนภูเขาพากันล้มตาย

เจ้าหญิงเอาใจใส่เพียงแต่ เจ้าชายคนรัก

เจ้าชายแห่งความเหงา เริ่มเฉยชากับเจ้าหญิง

เมื่อหล่อนไม่คิดจะทำอะไรนอกเสียจากการได้พูดคุย หรือการได้รักตน

เจ้าชายแห่งความเหงา จึงรู้สึกได้ถึงความอึดอัด

ความเหงา ได้แผ่ซ่านขึ้นมาในใจของเจ้าชายอีกครั้ง .

เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว รู้เพียงแต่ว่า ผู้ชายคนนี้คือ

คนที่พร้อมจะดูแลเธอ พูดคุยกับเธอ และอยู่กับเธอบนภูเขาแห่งนี้

คนสองคน ใจสองใจ เป็นความต่างที่ไม่ลงตัว

ความรักของเจ้าชายที่เคยเต็มเปี่ยมในใจ .

วันนี้เหลือแต่ความรำคาญ อึดอัดใจ

ความรักของเจ้าหญิงที่ไม่เคยมีในใจ .

วันนี้กลับเปี่ยมล้นไปด้วยความรัก

เจ้าชายแห่งความเหงา เฉยชากับ เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว

ไม่มีการพูดคุย ไม่มีการมองตา ไม่มีการจับมือเหมือนเคย

เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว แอบร้องไห้เพียงลำพัง

ทางด้านหนึ่งของภูเขา เจ้าชายยืนอยู่อีกด้านหนึ่งเช่นกัน

ความเงียบ ความแห้งแล้งเดียวดาย สายลมร้อน ได้พัดผ่านภูเขาลูกนี้

ราวกับจะกลั่นแกล้ง เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว

ให้ชาชินกับความรู้สึกเดียวดาย

วันนี้ .

เจ้าชายแห่งความเหงา ตัดสินใจเดินทางจากไป ไม่มีแม้คำอำลา

เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว ไม่พบแม้ใครบนภูเขาแห่งนี้

เธอร่ำไห้อย่างน่าอาดูร น้ำตาของเธอไหลรินมากมายเหลือเกิน

จนทำให้มวลดอกไม้ที่ล้มตาย ฟื้นกลับคืนมายืนต้นอีกครั้ง

เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว จึงดำเนินชีวิตอย่างเช่นเคย

แสร้งทำเหมือนไม่เคยมีใครเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเธอ

แต่ความเศร้า

ก็พร้อมที่จะทำร้ายหล่อนได้เสมอ เมื่อคิดถึงหรือนึกถึง

เจ้าชายแห่งความเหงา

เธอพึมพำกับมวลดอกไม้เบา ๆ ว่า ความรักของฉันอยู่ไหน

เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว ยังคงคิดถึง เจ้าชายแห่งความเหงาอยู่เสมอ

หากแต่เธอก็ไม่โทษว่าเขาผิด เฝ้าโทษตัวเองว่า

เหตุใดเราจึงไม่รักเขาอย่างพอเหมาะ

เขาเป็นเพียงแค่ผู้ชายขี้เหงาคนหนึ่ง

ที่วันหนึ่งเขาผ่านเข้ามาทำให้เราได้รู้จักรัก ได้รักให้เป็น

เขาเป็นเพียงแค่ผู้ชาย ผู้ชายไม่รักผู้หญิงเอาแต่ใจเฉกเช่นหล่อนนักหรอก

การเฝ้าปลอบใจตัวเองของเจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว คือบทเรียนของความรัก

เพียงอยากให้ผู้หญิงทุกคนรู้ว่า .

ผู้ชายก็เป็นเพียงแค่มนุษย์ขี้เหงา มีเพียงความเหงาในหัวใจ

ความรักของเขาไม่เคยจีรัง

อย่าไปให้หัวใจของเราทั้งหมดแก่เขา

เพราะเขาอาจดูแลได้ไม่ดีเท่าเราดูแล

จงดำเนินชีวิตอย่างปกติ อยู่ร่วมกันด้วยความพอดี

อย่าลืมดูแลดอกไม้ของเราด้วย (นิยามมันให้เป็นตัวตนของผู้หญิงทุกคน)

จงมีความสุขกับความรักและพร้อมที่จะยอมรับความจริงว่า

เขาพร้อมที่จะจากเราไปทุกเมื่อ จงเป็นปกติ

รักด้วยความพอเหมาะ รักให้เป็น

ใครเคยกล่าวไว้ว่า การเริ่มต้นรักของผู้ชายมากมายนักด้วยรัก

การเริ่มต้นรักของผู้หญิงน้อยค่านัก

หากเมื่อเวลาผ่านไป ค่าของความรักในใจก็เปลี่ยนไป

รักของผู้หญิงมากขึ้น แต่กลับกัน รักของเขามันไม่เหลือเลย

คงเป็นเพราะ ผู้หญิงอ่อนไหว และ ผู้ชายขี้เหงา

การเริ่มต้นและการสิ้นสุดของความรักนั้นจึงต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ฉันก็แค่ผู้หญิงอ่อนไหว เธอก็แค่ผู้ชายขี้เหงา

ความรัก แค่ลมร้อนวูบหนึ่งที่ผ่านมา..

ทำให้ใจอ่อนไหวอบอุ่น

บางคราว มันก็กรีดหัวใจเราให้ด้านชา และแห้งผาก..